ปรับปรุงการแสดงราคา



AhnLab EDR On-Premise โปรแกรมแอนตี้ไวรัส สำหรับการใช้งานในองค์กรธุรกิจ ดูแลความปลอดภัยของอุปกรณ์ปลายทาง (Endpoint Security) ทั้งเครื่อง PC, โน้ตบุ๊ก และเซิร์ฟเวอร์ (บน ระบบปฏิบัติการ Windows, Windows Server, macOS และ Linux) ในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อน และยากต่อการตรวจจับมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้องค์กรจำเป็นต้องมีเครื่องมือด้านความปลอดภัยที่มากกว่าแค่การป้องกันแบบดั้งเดิม และ AhnLab EDR (Endpoint Detection and Response) คือโซลูชันที่เน้นการตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้นบนอุปกรณ์ปลายทางได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็ว
โปรแกรมแอนตี้ไวรัสสำหรับธุรกิจ รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง ส่วนเสริมทำงานเชิงรุก AhnLab EDR On-Premise มีลักษณะเป็นส่วนเสริม (Add-on) เพื่อการทำงานร่วมกับระบบของ โปรแกรม AhnLab V3 Internet Security On-Premise ยกระดับความสามารถให้กับระบบเซิร์ฟเวอร์กลาง (AhnLab EPP Management Server) เพิ่มฟีเจอร์ด้าน EDR ที่มีจุดเด่นในการตรวจจับภัยคุกคามเชิงพฤติกรรม (Behavior-based Detection) ทำให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ๆ ที่หลีกเลี่ยงการตรวจจับแบบ Signature ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมปิดกั้นการบุกรุกผ่านช่องโหว่ของระบบ (Exploit-based Attack) และสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติได้อย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ โปรแกรมแอนตี้ไวรัสสำหรับธุรกิจ รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง ส่วนเสริมทำงานเชิงรุก AhnLab EDR On-Premise ยังเหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือระบบที่ทำงานแบบออฟไลน์ ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ได้รับการป้องกันภัยคุกคามอย่างครบถ้วน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวข้อมูลในระดับสูงสุด เช่น สถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐ สถานพยาบาล และองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่
โปรแกรมรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ทำงานเชิงรุก รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง AhnLab EDR On-Premise มีจุดเด่นในการตรวจจับภัยคุกคามเชิงพฤติกรรม (Behavior-based Detection) ทำให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ๆ ที่หลีกเลี่ยงการตรวจจับแบบ Signature ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น มัลแวร์ (Malware), มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware), มัลแวร์แบบไร้ไฟล์ (Fileless Attack), การโจมตีแบบ Zero-day รวมถึงการบุกรุกผ่านช่องโหว่ของระบบ (Exploit-based Attack) อีกทั้งยังสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ เช่น การยกระดับสิทธิ์ (Privilege Escalation) หรือการเคลื่อนที่ภายในเครือข่าย (Lateral Movement) ได้อย่างแม่นยำ
สำหรับองค์กรธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อยู่ในความดูแลเป็นจำนวนมาก และต้องการดูแลให้อุปกรณ์ทั้งหมดปลอดภัยจากภัยคุกคามอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับการรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับข้อมูลของธุรกิจได้เป็นอย่างดี ก็สามารถหาซื้อลิขสิทธิ์แท้ของ โปรแกรมรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ทำงานเชิงรุก รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง AhnLab EDR On-Premise ได้แล้วที่ ร้านขาย ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ (Licensed Software) ไทยแวร์ช้อป (Thaiware Shop)
โปรแกรมแอนตี้ไวรัสสำหรับธุรกิจ จาก AhnLab นั้นมีวางจำหน่ายใน Thaiware Shop ทั้งหมด 4 แผนการใช้งานหลัก ๆ ด้วยกันคือ
โปรแกรมแอนตี้ไวรัสสำหรับธุรกิจ จัดการความปลอดภัยไซเบอร์ให้กับทุกอุปกรณ์ปลายของธุรกิจผ่านเซิร์ฟเวอร์กลางของทาง AhnLab ที่อยู่บนระบบคลาวด์ (Management Server) เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMB) ไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดตั้งและดูแลรักษาเซิร์ฟเวอร์
(ดูรายละเอียด : โปรแกรม AhnLab V3 Office Security On-Cloud)
โปรแกรมแอนตี้ไวรัสสำหรับธุรกิจ รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์จัดการความปลอดภัยไซเบอร์ขึ้นมาในธุรกิจเอง (AhnLab EPP Management Server) เหมาะสำหรับ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน สถานพยาบาล และองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ทีมีข้อบังคับหรือให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวข้อมูลของธุรกิจ เพราะข้อมูลจะไม่ถูกส่งออกไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ภายนอก
โดยโซลูชั้นนี้จะเป็นการทำงานร่วมกันของ ตัวโปรแกรม AhnLab V3 Agent ที่อยู่บนอุปกรณ์ปลายทาง ประสานกับ AhnLab EPP Management Server เพื่อจัดการความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ปลายทาง และมีการรายงานผลเหตุการณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยที่ตรวจพบบนอุปกรณ์ปลาย ไปยังเซิร์ฟเวอร์เพื่อรวบรวมและแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบผ่าน Dashboard [โดยทั้งตัง โปรแกรม AhnLab V3 Agent และ AhnLab EPP Management Server จำหน่ายรวมอยู่ใน]
(ดูรายละเอียด : โปรแกรม AhnLab V3 Internet Security On-Premise)
โปรแกรมแอนตี้ไวรัสสำหรับธุรกิจ รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง เป็นส่วนเสริมทำงานเชิงรุกในรูปแบบ EDR (Endpoint Detection and Response) ที่ต้องใช้ทำงานร่วมกับระบบของ AhnLab V3 Internet Security On-Premise เพื่อเสริมเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ให้กับทุกอุปกรณ์ปลายทางในธุรกิจได้ในระดับก้าวหน้า มีจุดเด่นในการตรวจจับภัยคุกคามเชิงพฤติกรรม (Behavior-based Detection) ทำให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ๆ ที่หลีกเลี่ยงการตรวจจับแบบ Signature ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมปิดกั้นการบุกรุกผ่านช่องโหว่ของระบบ (Exploit-based Attack) และสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติได้อย่างแม่นยำ
(ดูรายละเอียด : โปรแกรม AhnLab EDR On-Premise)
โปรแกรมแอนตี้ไวรัสสำหรับธุรกิจ รุ่นปกป้องรอบด้าน เป็นโซลูชันจาก AhnLab สำหรับการป้องกันภัยไซเบอร์ในระดับสูง โดยที่ AhnLab XDR On-Cloud ต้องทำงานประสานกับ โปรแกรม AhnLab V3 Internet Security On-Premise (ที่มีตัว Agent ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ปลายทาง) และโปรแกรม AhnLab EDR On-Premise ที่ทำการป้องกันภัยในเชิงรุก โดยที่ตัว โปรแกรมนี้ AhnLab XDR On-Cloud เป็นตัวเสริมที่ขยายจากการปกป้องอุปกรณ์ปลายทาง ไปสู่การจัดการความปลอดภับบนระบบเครือข่าย ระบบอีเมล รวมถึงการดูแลความปลอดภัยบนบริการคลาวด์ที่ธุรกิจใช้งานอยู่ด้วย (การปกป้องแบบ Endpoints + Network + Email + Cloud)
(ดูรายละเอียด : โปรแกรม AhnLab XDR On-Cloud)
ฟีเจอร์สำคัญของ โปรแกรมรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ทำงานเชิงรุก รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง AhnLab EDR On-Premise คือการตรวจจับภัยคุกคามด้วยแนวคิด Behavioral Analysis หรือการวิเคราะห์พฤติกรรมของระบบและผู้ใช้งาน แทนที่จะพึ่งพาเพียงฐานข้อมูลลายเซ็น (Signature) ของมัลแวร์แบบดั้งเดิม วิธีการนี้ช่วยให้ระบบสามารถมองเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้แม้จะเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยถูกบันทึกไว้มาก่อน
โดยระบบของ โปรแกรมรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ทำงานเชิงรุก รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง AhnLab EDR On-Premise จะทำการติดตามกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในอุปกรณ์ปลายทางอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของโปรเซส การเข้าถึงไฟล์สำคัญ การเปลี่ยนแปลงค่าในระบบ หรือการเชื่อมต่อเครือข่าย เมื่อมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปจากรูปแบบการใช้งานปกติ เช่น โปรแกรมพยายามเข้าถึงสิทธิ์ระดับสูงโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีการติดต่อไปยังอุปกรณ์ปลายทางที่น่าสงสัย ระบบจะสามารถตรวจจับและแจ้งเตือนได้ทันที
อีกหนึ่งความโดดเด่นของ โปรแกรมรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ทำงานเชิงรุก รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง AhnLab EDR On-Premise คือการนำเสนอข้อมูลด้านความปลอดภัยในรูปแบบ Visualization ที่เข้าใจง่ายและเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน โดยระบบจะเปลี่ยนข้อมูลเชิงเทคนิคที่ซับซ้อน เช่น Log หรือเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย ให้กลายเป็นภาพที่สามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผู้ดูแลระบบมองเห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้ในทันที
ภายในระบบของ โปรแกรมรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ทำงานเชิงรุก รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง AhnLab EDR On-Premise ผู้ใช้งานสามารถติดตามลำดับเหตุการณ์ของการโจมตีได้อย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของภัยคุกคาม การแพร่กระจาย ไปจนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบผ่านมุมมองแบบ Timeline หรือแผนผังความสัมพันธ์ของโปรเซส ซึ่งช่วยให้เข้าใจเส้นทางการโจมตีได้อย่างชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถแสดงความเชื่อมโยงระหว่างไฟล์ โปรเซส และการเชื่อมต่อเครือข่าย ทำให้การวิเคราะห์เหตุการณ์มีความแม่นยำและลดความซับซ้อนลงอย่างมาก
ความสามารถในการตอบสนองแบบเรียลไทม์ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ โปรแกรมรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ทำงานเชิงรุก รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง AhnLab EDR On-Premise ที่ช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที ไม่ใช่เพียงแค่ตรวจจับเหตุการณ์ที่ผิดปกติเท่านั้น แต่ยังสามารถดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงและหยุดยั้งการโจมตีได้ทันทีที่ตรวจพบความผิดปกติ
เมื่อระบบของ โปรแกรมรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ทำงานเชิงรุก รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง AhnLab EDR On-Premise ตรวจพบพฤติกรรมที่เข้าข่ายเป็นภัยคุกคาม เช่น การทำงานของโปรเซสที่น่าสงสัยหรือการเข้าถึงทรัพยากรที่ผิดปกติ ระบบจะสามารถสั่งการตอบสนองไปยังเครื่องปลายทางได้โดยอัตโนมัติ หรือผ่านการควบคุมของผู้ดูแล ไม่ว่าจะเป็นการยุติการทำงานของโปรแกรมที่เป็นอันตราย การกักกันไฟล์ต้องสงสัย หรือแม้กระทั่งการแยกเครื่องออกจากเครือข่ายเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของภัยคุกคามไปยังส่วนอื่นขององค์กร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีทางไซเบอร์
โปรแกรมรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ทำงานเชิงรุก รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง AhnLab EDR On-Premise มาพร้อมกับความสามารถในการทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยอื่นภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยถูกออกแบบมาให้สามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับโซลูชันด้านความปลอดภัยหลากหลายประเภท ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างโครงสร้างการป้องกันที่ครอบคลุมและทำงานสอดประสานกันได้ดียิ่งขึ้น
ระบบของ โปรแกรมแอนตี้ไวรัสสำหรับธุรกิจ รุ่นจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง ส่วนเสริมทำงานเชิงรุก AhnLab EDR On-Premise สามารถส่งต่อข้อมูลเหตุการณ์และข้อมูลวิเคราะห์ไปยังแพลตฟอร์มอื่น เช่น ระบบบริหารจัดการเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย (SIEM) หรือเครื่องมือเฝ้าระวังเครือข่าย ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งมาใช้วิเคราะห์ร่วมกันได้อย่างเป็นศูนย์กลาง และยังสามารถทำงานร่วมกับ Firewall เพื่อปิดบล็อกการเชื่อมต่อไปยัง IP ภายนอกที่เป็นอันตรายได้ทันที
กรอกข้อมูล รับข่าวสารโปรโมชั่น